ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คืออะไร? ถูกหักไปแล้วได้คืนไหม (พร้อมอัตราที่พบบ่อย)

คำตอบสั้น ๆ: ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คือ ภาษีที่ถูกหักไว้ล่วงหน้า ตอนที่เราได้รับเงิน (เงินเดือน ค่าจ้าง ค่าเช่า) แล้วผู้จ่ายนำส่งสรรพากรแทนเรา — ปลายปีเรายื่นแบบเพื่อ "หักกลบ" ถ้าหักไว้เกินได้คืน ถ้าหักไว้ไม่ครบต้องจ่ายเพิ่ม

สรุปสั้น ๆ ก่อนอ่าน

  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ไม่ใช่ภาษีเพิ่ม — เป็นการจ่ายล่วงหน้า ไม่ได้จ่ายซ้ำ
  • เงินเดือนถูกหักทุกเดือน (ภ.ง.ด.1) · ค่าจ้าง/ค่าบริการ 3% · ค่าเช่า 5% · ค่าขนส่ง 1% · ค่าโฆษณา 2%
  • ตอนยื่นปลายปี ยอดที่ถูกหักทั้งปีจะถูกนำไปหักออกจากภาษีที่คำนวณได้ — หักเกินได้คืน
  • เอกสารที่ต้องได้จากผู้จ่าย: หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (สำหรับเงินเดือนเรียกว่า 50 ทวิ)
  • ตัวอย่างจริง: ฟรีแลนซ์รายได้ 600,000 บาท ถูกหัก 3% = 18,000 บาท แต่ภาษีจริงแค่ 1,500 บาท → ได้คืน 16,500 บาท

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ทำงานยังไง (ใน 3 บรรทัด)

  1. เราทำงาน/ขายของ → ได้เงิน
  2. ผู้จ่ายหักเงินส่วนหนึ่งไว้ (ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด) แล้วนำส่งสรรพากรให้
  3. ปลายปีเรายื่นแบบ → เอา "ภาษีทั้งปีที่คำนวณได้" ลบ "ภาษีที่ถูกหักไว้" → ผลคือจ่ายเพิ่มหรือได้คืน

พูดง่าย ๆ: มันคือการ "ผ่อนภาษี" ให้จ่ายเป็นรายครั้ง ไม่ต้องเจอก้อนใหญ่ปลายปี

อัตราหัก ณ ที่จ่ายที่พบบ่อย (สำหรับบุคคลธรรมดา)

ประเภทเงินได้ อัตราหัก แบบที่ผู้จ่ายต้องยื่น
เงินเดือน ค่าจ้างประจำ ตามขั้นบันได (คำนวณรายเดือน) ภ.ง.ด.1
ค่าจ้างทำของ/ค่าบริการ 3% ภ.ง.ด.3
ค่าเช่าทรัพย์สิน 5% ภ.ง.ด.3
ค่าวิชาชีพอิสระ (กฎหมาย บัญชี วิศวกรรม ฯลฯ) 3% ภ.ง.ด.3
ค่าขนส่ง 1% ภ.ง.ด.3
ค่าโฆษณา 2% ภ.ง.ด.3

หมายเหตุ: อัตราอาจแตกต่างตามประเภทงานและเงื่อนไขการจดทะเบียน — ถ้าไม่แน่ใจให้ดูในหนังสือรับรองการหักภาษีที่ได้รับ

ตัวอย่างจริง: ถูกหักไว้เยอะ จ่ายภาษีจริงน้อย = ได้คืน

เคส: ฟรีแลนซ์รับงานบริษัท รายได้ทั้งปี 600,000 บาท ลูกค้าหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ทุกครั้ง

ขั้น คำนวณ จำนวน
รายได้ทั้งปี 600,000 บาท
หักค่าใช้จ่ายเหมา 60% 600,000 × 0.6 −360,000 บาท
หักลดหย่อนส่วนตัว −60,000 บาท
เงินได้สุทธิ 180,000 บาท
ภาษีที่ต้องจ่ายจริง (180,000 − 150,000) × 5% 1,500 บาท
ภาษีที่ถูกหักไว้ 600,000 × 3% 18,000 บาท
ได้คืน 18,000 − 1,500 ≈ 16,500 บาท

ทำไมได้คืนเยอะขนาดนี้: เพราะการหัก 3% คิดจาก "รายได้" แต่ภาษีจริงคิดจาก "เงินได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและลดหย่อน" ซึ่งน้อยกว่ามาก — ยิ่งค่าใช้จ่ายจริงเยอะ (หรือเลือกหักเหมา 60%) ยิ่งได้คืนมาก

เอกสารที่ต้องเก็บไว้ (สำคัญมาก)

  • หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย — ต้องได้จากผู้จ่ายทุกเจ้า ใช้กรอกตอนยื่นและเป็นหลักฐาน
  • 50 ทวิ — สำหรับเงินเดือน ฝ่ายบุคคลจะออกให้ตอนต้นปี
  • เก็บไว้ 5 ปี เผื่อสรรพากรตรวจย้อนหลัง

ถ้าลูกค้าไม่ยืนหนังสือรับรองให้ — ทวงได้ และควรทวง เพราะถ้าไม่มีเอกสาร เราจะใช้สิทธิหักกลบไม่ได้

ถ้าไม่ได้ถูกหักไว้เลย

ไม่ผิดอะไรครับ — แต่หมายความว่าคุณต้อง "จ่ายเอง" ตอนยื่นแบบ ตัวอย่าง: ฟรีแลนซ์รายได้ 600,000 บาท ที่ไม่ถูกหักเลย จะต้องจ่ายภาษี 1,500 บาทตอนยื่น ภ.ง.ด.90 (และอาจมี ภ.ง.ด.94 กลางปี)

วิธีเตรียมตัว: กันเงินภาษีไว้ประมาณ 5–10% ของกำไร เก็บในบัญชีแยก จะไม่เจอปัญหาตอนยื่น

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. ถูกหัก ณ ที่จ่ายแล้ว ยังต้องยื่นแบบไหม?

ต้องยื่นครับ การหัก ณ ที่จ่ายไม่ใช่การยื่นแบบ — ถ้าไม่ยื่นจะไม่ได้เงินคืน และมีความผิดเรื่องการไม่ยื่นแบบ

2. ตรวจยอดที่ถูกหักไปแล้วได้จากไหน?

จากหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายของแต่ละเจ้า และดูยอดในระบบ D-MyTax ของสรรพากร (ข้อมูลที่ผู้จ่ายนำส่ง)

3. ภาษีที่ถูกหักจากเงินเดือน กับจากงานฟรีแลนซ์ เอามารวมกันได้ไหม?

ได้ครับ ทั้งหมดนำมาหักกลบในแบบเดียวกันตอนยื่น ภ.ง.ด.90

ลองคำนวณว่าคุณจะได้คืนเท่าไหร่

ใส่รายได้และยอดที่ถูกหักไว้ใน คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือถ้าเป็นฟรีแลนซ์ใช้ คำนวณภาษีฟรีแลนซ์และขายของออนไลน์ — ใช้ฟรี คำนวณในเครื่องคุณ ไม่เก็บข้อมูล ไม่ต้องสมัคร

คำนวณในเครื่องคุณ ไม่เก็บข้อมูล ไม่ต้องสมัคร

รู้ตัวเลขของตัวเองก่อนตัดสินใจ — ใช้ฟรีทุกเครื่องมือ

เว็บนี้ไม่ใช่ที่ปรึกษาภาษี

ตัวเลขทั้งหมดเป็นการประมาณการเพื่อช่วยวางแผนเท่านั้น ในบางกรณีภาษีจริงของคุณอาจต่างจากที่คำนวณได้ เพราะยังมีค่าลดหย่อนและเงื่อนไขเฉพาะบุคคลที่เว็บนี้ไม่รู้จัก ก่อนยื่นแบบแสดงรายการหรือตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ลดหย่อน ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดที่เว็บไซต์กรมสรรพากร (rd.go.th) หรือปรึกษาผู้ทำบัญชี/นักวางแผนภาษี

ปรับปรุงล่าสุด: ตุลาคม 2569 · อ้างอิงหลักเกณฑ์จากกรมสรรพากร (rd.go.th)