โบนัสเสียภาษีเท่าไหร่? คำนวณให้ดู (ตัวอย่างเงินเดือน 30,000–60,000)
คำตอบสั้น ๆ: โบนัสนับเป็นเงินได้ทั้งก้อน และถูกคิดภาษีตาม ขั้นบันไดเดียวกับเงินเดือน — ภาษีที่เพิ่มขึ้นจริงอยู่ที่ประมาณ 5%–15% ของโบนัส ขึ้นกับว่าคุณอยู่ฐานภาษีไหน ตัวอย่าง: เงินเดือน 40,000 บาท โบนัส 1 เดือน ภาษีเพิ่มขึ้นประมาณ 4,000 บาท (10% ของโบนัส)
สรุปสั้น ๆ ก่อนอ่าน
- โบนัส = เงินได้มาตรา 40(1) เหมือนเงินเดือน → รวมเข้าฐานภาษีทั้งปี
- ไม่มี "ภาษีโบนัส" แยกต่างหาก — แต่โบนัสอาจดันเงินได้สุทธิของคุณขึ้นไปอยู่ในขั้นที่แพงขึ้น
- โบนัสไม่กี่หมื่น อาจทำให้ภาษีเพิ่มเป็นหมื่น ถ้าฐานภาษีของคุณสูงอยู่แล้ว
- ตัวเลขในตารางเป็น ประมาณการ (มีแค่ค่าลดหย่อนส่วนตัว + ประกันสังคม ไม่มีลดหย่อนอื่น)
ตาราง: เงินเดือนเท่านี้ + โบนัส 1 เดือน = ภาษีเพิ่มเท่าไหร่
| เงินเดือน/เดือน | ภาษีปกติ (ไม่มีโบนัส) | ภาษีเมื่อได้โบนัส 1 เดือน | ภาษีที่เพิ่มขึ้น |
|---|---|---|---|
| 30,000 | 2,050 บาท | 3,550 บาท | +1,500 บาท (5% ของโบนัส 30,000) |
| 35,000 | 5,050 บาท | 6,800 บาท | +1,750 บาท (5% ของโบนัส 35,000) |
| 40,000 | 8,600 บาท | 12,600 บาท | +4,000 บาท (10% ของโบนัส 40,000) |
| 50,000 | 20,600 บาท | 25,600 บาท | +5,000 บาท (10% ของโบนัส 50,000) |
| 60,000 | 35,150 บาท | 44,150 บาท | +9,000 บาท (15% ของโบนัส 60,000) |
อ่านตารางนี้ให้เป็น: อัตราที่โบนัสถูกคิดไม่เท่ากันทุกคน — คนเงินเดือน 35,000 โบนัสถูกคิดที่ 5% แต่คนเงินเดือน 60,000 ถูกคิดที่ 15% เพราะ "ขั้นบันได" ของแต่ละคนไม่เท่ากัน
ทำไมโบนัสถึงทำให้ภาษีพุ่งกว่าที่คิด
ภาษีไทยเป็น อัตราก้าวหน้า — เงินส่วนที่เพิ่มเข้าไปจะถูกคิดที่อัตราของ "ขั้นที่มันตกอยู่" ไม่ใช่อัตราเดียวทั้งก้อน
ตัวอย่างเงินเดือน 40,000 บาท (ทั้งปี 480,000 บาท):
| ขั้น | คำนวณ | ภาษี |
|---|---|---|
| รายได้ทั้งปี (ไม่มีโบนัส) | 480,000 | |
| หักค่าใช้จ่ายเหมา + ลดหย่อนส่วนตัว + ประกันสังคม | −169,000 | |
| เงินได้สุทธิ | 311,000 | 8,600 บาท |
| เดือนที่ได้โบนัส (รายได้ทั้งปี 520,000) | เงินได้สุทธิ 351,000 | 12,600 บาท |
| ส่วนที่เพิ่มจากโบนัส | +4,000 บาท |
เงิน 40,000 บาทของโบนัส ถูกคิดภาษีในขั้น 10% (เพราะเงินได้สุทธิส่วนเกิน 300,000 บาทอยู่ในขั้นนั้น) → ภาษีเพิ่ม 4,000 บาท
ถ้าไม่ต้องการให้โบนัสถูกหักหนัก มีอะไรทำได้บ้าง
- วางแผนลดหย่อนในปีที่ได้โบนัสก้อนใหญ่ — RMF/SSF/ประกัน/บริจาค ช่วยดึงเงินได้สุทธิลงมาได้ (ดู ลดหย่อนภาษี 2569)
- ดูว่าเงินได้สุทธิอยู่ใกล้ขอบขั้นไหม — ถ้าใกล้เส้น 300,000/500,000 การลดหย่อนเล็ก ๆ ก็เปลี่ยนอัตราได้
- ถามนายจ้างเรื่องการจ่ายโบนัส — โบนัสที่จ่ายปีไหน นับเป็นรายได้ปีนั้น (ไม่มีการเฉลี่ยข้ามปี)
- อย่าซื้อลดหย่อนเกินจำเป็น — ถ้าโบนัสทำให้คุณอยู่ฐาน 10% การซื้อประกัน 30,000 บาท ประหยัดภาษี 3,000 บาท (10%) ซึ่งอาจไม่คุ้มกับเบี้ยที่ต้องจ่ายตลอดสัญญา
ภาษีโบนัสถูกหักตอนไหน
- โบนัสเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(1) จึงถูกคำนวณหัก ณ ที่จ่ายตอนจ่ายผ่านแบบ ภ.ง.ด.1 — แล้วนายจ้างนำส่งให้สรรพากร
- ยอดหักตอนจ่าย ≠ ภาษีสุดท้าย — นายจ้างหักแบบ "ประมาณการ" ถ้าปีนั้นคุณมีลดหย่อนเยอะ ตอนยื่นจะได้คืน
- ถ้าปีที่ผ่านมาได้เงินคืนก้อนใหญ่หลังยื่นแบบ นั่นคือสัญญาณว่าถูกหักไว้มากกว่าที่ต้องจ่ายจริง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. โบนัส 1 เดือนถูกหักภาษีเท่าไหร่ตอนรับเงิน?
ขึ้นกับนายจ้างคำนวณหัก ณ ที่จ่ายจากรายได้ทั้งปีที่คาดไว้ — ตัวเลขที่เห็นตอนรับไม่ได้เท่ากับภาษีสุดท้าย ต้องดูตอนยื่นแบบปลายปีอีกครั้ง
2. รับโบนัส 2 เดือน ภาษีเพิ่มเท่าไหร่?
ให้บวกโบนัสทั้งหมดเข้ารายได้ทั้งปี แล้วเทียบภาษี — วิธีเร็วสุดคือใส่ตัวเลขในเครื่องคำนวณของเรา (ใช้เวลาน้อยกว่าไล่ตาราง)
3. ได้โบนัสปลายปี (ธ.ค.) แต่จ่ายภาษีปีหน้า ยื่นแบบไหน?
โบนัสที่จ่ายเดือนธันวาคม 2569 นับเป็นรายได้ของปีภาษี 2569 → ยื่นในแบบที่ยื่นช่วง ม.ค.–เม.ย. 2570
ลองใส่โบนัสของคุณแล้วดูตัวเลขจริง
ใส่เงินเดือน + ยอดโบนัสที่คาดว่าจะได้ใน คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะเห็นทันทีว่าภาษีเพิ่มเท่าไหร่ และควรวางแผนลดหย่อนเท่าไรให้พอดี (ใช้ฟรี คำนวณในเครื่องคุณ ไม่เก็บข้อมูล ไม่ต้องสมัคร)
ตัวเลขทั้งหมดเป็นการประมาณการเพื่อช่วยวางแผนเท่านั้น ในบางกรณีภาษีจริงของคุณอาจต่างจากที่คำนวณได้ เพราะยังมีค่าลดหย่อนและเงื่อนไขเฉพาะบุคคลที่เว็บนี้ไม่รู้จัก ก่อนยื่นแบบแสดงรายการหรือตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ลดหย่อน ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดที่เว็บไซต์กรมสรรพากร (rd.go.th) หรือปรึกษาผู้ทำบัญชี/นักวางแผนภาษี
ปรับปรุงล่าสุด: ตุลาคม 2569 · อ้างอิงหลักเกณฑ์จากกรมสรรพากร (rd.go.th)