เงินเดือน 45,000 เสียภาษีเท่าไหร่? (ต่อเดือน/ต่อปี)
คำตอบสั้น ๆ: ประมาณ 14,600 บาทต่อปี หรือ 1,217 บาทต่อเดือน — คิดเป็นอัตราจริง 2.70% ของรายได้ (เงินเดือน 45,000 × 12 = 540,000 บาท → เงินได้สุทธิ 371,000 บาท)
สรุปสั้น ๆ ก่อนอ่าน
- ภาษีทั้งปี ≈ 14,600 บาท · เฉลี่ย 1,217 บาท/เดือน (กรณีมีค่าลดหย่อนส่วนตัว + ประกันสังคมเท่านั้น)
- ที่เงินเดือนนี้ เงินได้สุทธิ 371,000 บาท เริ่มแตะ ขั้น 10% แล้ว — เงินส่วนเกิน 300,000 บาท คิด 10%
- ถ้ามีโบนัส 1 เดือน → ภาษีเพิ่มขึ้นประมาณ 4,500 บาท (รายได้ทั้งปี 585,000)
- ลดหย่อนเพิ่ม 100,000 บาท ประหยัดภาษีได้ประมาณ 10,000 บาท (10% ของยอดลดหย่อน)
- บทความชุดตัวเลขเงินเดือน: 25,000 · 35,000 · 45,000 · 60,000
คำนวณทีละขั้น
| ขั้น | รายการ | จำนวน |
|---|---|---|
| 1 | รายได้ทั้งปี (45,000 × 12) | 540,000 บาท |
| 2 | หักค่าใช้จ่ายเหมา (50% สูงสุด 100,000) | −100,000 บาท |
| 3 | หักค่าลดหย่อนส่วนตัว | −60,000 บาท |
| 4 | หักประกันสังคม (จ่ายจริง สูงสุด) | −9,000 บาท |
| 5 | เงินได้สุทธิ | 371,000 บาท |
| 6 | คิดภาษี: 150,000 แรกยกเว้น → 150,000 × 5% = 7,500 → ที่เหลือ 71,000 × 10% = 7,100 | ≈ 14,600 บาท |
อัตราจริง 2.70% แต่ "อัตราขั้นสูงสุด" ของคุณคือ 10% — ตัวเลขสองตัวนี้ต่างกัน (ตัวหนึ่งคิดจากรายได้ทั้งหมด อีกตัวคิดจากเงินก้อนสุดท้าย) — เมื่อมีรายได้เพิ่มในอนาคต จะถูกคิดที่ 10% ต่อบาท
ตาราง: ต่อปี / ต่อเดือน / อัตราจริง
| รายการ | จำนวน |
|---|---|
| ภาษีทั้งปี | ≈ 14,600 บาท |
| ภาษีเฉลี่ยต่อเดือน | ≈ 1,217 บาท |
| อัตราจริงต่อรายได้ทั้งปี | 2.70% |
| อัตราภาษีขั้นสูงสุด (marginal) | 10% |
ถ้ามีโบนัส 1 เดือน
รายได้ทั้งปี = 585,000 บาท → เงินได้สุทธิ = 585,000 − 169,000 = 416,000 บาท → ภาษี ≈ 19,100 บาท (เพิ่มจาก 14,600 = +4,500 บาท หรือ 10% ของโบนัส)
เพราะโบนัสก้อนนี้ตกอยู่ในขั้น 10% พอดี — ถ้าอยากดึงลงมา ใช้ลดหย่อน (RMF/SSF/ประกัน) ปิดช่องนี้ได้
ตารางเทียบชุดตัวเลขเงินเดือน
(ค่าลดหย่อนส่วนตัว + ประกันสังคมเท่านั้น — ประมาณการ)
| เงินเดือน/เดือน | เงินได้สุทธิ | ภาษีทั้งปี | เฉลี่ย/เดือน | อัตราจริง |
|---|---|---|---|---|
| 25,000 | 131,000 | 0 บาท | 0 บาท | 0.00% |
| 35,000 | 251,000 | 5,050 บาท | 421 บาท | 1.20% |
| 40,000 | 311,000 | 8,600 บาท | 717 บาท | 1.79% |
| 45,000 | 371,000 | 14,600 บาท | 1,217 บาท | 2.70% |
| 50,000 | 431,000 | 20,600 บาท | 1,717 บาท | 3.43% |
| 60,000 | 551,000 | 35,150 บาท | 2,929 บาท | 4.88% |
ข้อสังเกต: จาก 45,000 → 50,000 ภาษีเพิ่ม 6,000 บาท (10% ของเงินที่เพิ่ม 60,000/ปี) — ที่ระดับนี้ทุกเงินได้เพิ่มจะถูกคิด 10% จนกว่าเงินได้สุทธิจะแตะ 500,000 บาท
ลดหย่อนที่ควรใช้ที่ระดับนี้
| รายการ | เพดาน | ประหยัดภาษี (ฐาน 10%) |
|---|---|---|
| ประกันชีวิต + สุขภาพ | รวมไม่เกิน 100,000 | สูงสุด 10,000 บาท |
| RMF/SSF | ตามเพดานกองทุน | 10% ของยอดที่ซื้อ |
| ดอกเบี้ยบ้าน | 100,000 | สูงสุด 10,000 บาท |
| พ่อแม่ 2 ท่าน | 60,000 | 6,000 บาท |
หมายเหตุ: ตัวเลขนี้คิดที่อัตรา 10% แต่ถ้าลดหย่อนเยอะจนเงินได้สุทธิต่ำกว่า 300,000 บาท ส่วนล่างจะถูกตัดที่ 5% — ยอดประหยัดจริงอาจน้อยกว่าคำนวณตรง ๆ ให้ใช้เครื่องคำนวณช่วย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ — จากคำค้นจริง)
1. เงินเดือน 45,000 เสียภาษีต่อเดือนเท่าไหร่?
เฉลี่ยประมาณ 1,217 บาทต่อเดือน — แต่ในทางปฏิบัติภาษีจะถูกหักจากเงินเดือนทุกเดือนตามการประมาณของนายจ้าง แล้วมาตกลงกันอีกครั้งตอนยื่นแบบ
2. เสียภาษีต่อปีเท่าไหร่?
ประมาณ 14,600 บาทต่อปี (กรณีลดหย่อนพื้นฐาน) หรือ 19,100 บาท ถ้ามีโบนัส 1 เดือน
3. เงินเดือนเท่านี้ควรซื้อ SSF หรือ RMF ไหม?
ถ้ามีเงินเหลือและไม่ได้ใช้ใน 10 ปี SSF/กองทุนลดหย่อนช่วยได้ — แต่ต้องคิดว่า "ประหยัด 10 บาทต่อทุก 100 บาทที่ซื้อ" และเงินนั้นถูกล็อกระยะยาว (อ่านเทียบในบทความ RMF vs SSF)
ลองคำนวณของตัวเอง
ใส่เงินเดือน โบนัส และลดหย่อนของคุณใน คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะเห็นทั้งภาษีทั้งปีและภาษีต่อเดือน — ใช้ฟรี คำนวณในเครื่องคุณ ไม่เก็บข้อมูล ไม่ต้องสมัคร
คำนวณในเครื่องคุณ ไม่เก็บข้อมูล ไม่ต้องสมัคร
รู้ตัวเลขของตัวเองก่อนตัดสินใจ — ใช้ฟรีทุกเครื่องมือ
ตัวเลขทั้งหมดเป็นการประมาณการเพื่อช่วยวางแผนเท่านั้น ในบางกรณีภาษีจริงของคุณอาจต่างจากที่คำนวณได้ เพราะยังมีค่าลดหย่อนและเงื่อนไขเฉพาะบุคคลที่เว็บนี้ไม่รู้จัก ก่อนยื่นแบบแสดงรายการหรือตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ลดหย่อน ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดที่เว็บไซต์กรมสรรพากร (rd.go.th) หรือปรึกษาผู้ทำบัญชี/นักวางแผนภาษี
ปรับปรุงล่าสุด: ตุลาคม 2569 · อ้างอิงหลักเกณฑ์จากกรมสรรพากร (rd.go.th)