เงินเดือน 60,000 เสียภาษีเท่าไหร่? กี่เปอร์เซ็นต์ คำนวณให้ดู
คำตอบสั้น ๆ: ประมาณ 35,150 บาทต่อปี (2,929 บาท/เดือน) — คิดเป็นอัตราจริง 4.88% ของรายได้ แต่ อัตราขั้นสูงสุดของคุณคือ 15% (เงินได้สุทธิ 551,000 บาท อยู่ในขั้น 500,001–750,000)
สรุปสั้น ๆ ก่อนอ่าน
- ภาษีทั้งปี ≈ 35,150 บาท · เฉลี่ย 2,929 บาท/เดือน · อัตราจริง 4.88%
- "กี่เปอร์เซ็นต์" มี 2 คำตอบ: อัตราจริง 4.88% (คิดจากรายได้ทั้งหมด) vs อัตราขั้นสูงสุด 15% (คิดจากเงินก้อนสุดท้าย) — คนส่วนใหญ่ถามถึงตัวหลังเวลาจะประเมิน "ถ้าได้เงินเพิ่มจะโดนเท่าไหร่"
- โบนัส 1 เดือน (60,000) ทำให้ภาษีเพิ่มขึ้น 9,000 บาท (15% ของโบนัส) — รายได้ทั้งปี 780,000 → ภาษี 44,150
- บทความชุดตัวเลขเงินเดือน: 25,000 · 35,000 · 45,000 · 60,000
คำนวณทีละขั้น
| ขั้น | รายการ | จำนวน |
|---|---|---|
| 1 | รายได้ทั้งปี (60,000 × 12) | 720,000 บาท |
| 2 | หักค่าใช้จ่ายเหมา (สูงสุด 100,000) | −100,000 บาท |
| 3 | หักค่าลดหย่อนส่วนตัว | −60,000 บาท |
| 4 | หักประกันสังคม (สูงสุด) | −9,000 บาท |
| 5 | เงินได้สุทธิ | 551,000 บาท |
| 6 | ภาษี: 150,000×0% + 150,000×5% + 200,000×10% + 51,000×15% | ≈ 35,150 บาท |
แจกแจงภาษีให้เห็นชัด: 0 + 7,500 + 20,000 + 7,650 = 35,150 บาท
ตาราง 3 มุมที่คนถามบ่อย (ต่อเดือน / ต่อปี / %)
| คำถาม | คำตอบ |
|---|---|
| ภาษีต่อเดือน | ≈ 2,929 บาท |
| ภาษีต่อปี | ≈ 35,150 บาท |
| กี่เปอร์เซ็นต์ (อัตราจริง) | 4.88% ของรายได้ทั้งปี |
| กี่เปอร์เซ็นต์ (ขั้นสูงสุด) | 15% ของเงินได้ก้อนถัดไป |
| เงินได้สุทธิ | 551,000 บาท |
ถ้ามีโบนัส 1 เดือน (60,000)
รายได้ทั้งปี 780,000 → เงินได้สุทธิ = 780,000 − 169,000 = 611,000 บาท → ภาษี ≈ 44,150 บาท (เพิ่ม 9,000 บาท = 15% ของโบนัส)
ถ้าอยากกันภาษีจากโบนัส: ลดหย่อนเพิ่ม 60,000 บาท (เช่น SSF/RMF) จะดึงเงินได้สุทธิกลับลงมาใกล้ 551,000 บาท และประหยัดภาษีได้ประมาณ 9,000 บาท — คุ้มหรือไม่ขึ้นกับว่าคุณยอมล็อกเงินก้อนนั้นระยะยาวไหม
ตารางเทียบชุดตัวเลขเงินเดือน
(ค่าลดหย่อนส่วนตัว + ประกันสังคมเท่านั้น — ประมาณการ)
| เงินเดือน/เดือน | เงินได้สุทธิ | ภาษีทั้งปี | อัตราจริง | อัตราขั้นสูงสุด |
|---|---|---|---|---|
| 35,000 | 251,000 | 5,050 บาท | 1.20% | 5% |
| 45,000 | 371,000 | 14,600 บาท | 2.70% | 10% |
| 50,000 | 431,000 | 20,600 บาท | 3.43% | 10% |
| 60,000 | 551,000 | 35,150 บาท | 4.88% | 15% |
| 80,000 | 791,000 | 73,200 บาท* | 7.63% | 20% |
*ตัวเลขเงินเดือน 80,000 เป็น ประมาณการ ที่รันด้วยสูตรเดียวกัน (791,000 → 7,500 + 20,000 + 37,500 + 8,200 = 73,200 บาท)
จุดเปลี่ยนสำคัญ: เงินเดือน 60,000 เป็นจุดที่เงินได้สุทธิ "ข้ามเส้น 500,000" → ทุกเงินที่เพิ่มจากนี้ถูกคิด 15% — นี่คือจังหวะที่การวางแผนลดหย่อนเริ่มคุ้มชัดเจนขึ้น
ควรทำอะไรที่ระดับเงินเดือนนี้
- ตรวจว่าถูกหัก ณ ที่จ่ายตรงไหม — ถ้าถูกหักมากกว่าที่คำนวณได้ ตอนยื่นจะได้คืน
- ใช้ลดหย่อนให้ครบก่อนสิ้นปี — ประกัน 100,000 · ดอกเบี้ยบ้าน 100,000 · พ่อแม่ 60,000 · กองทุน SSF/RMF (มีเพดานตามเงินได้)
- วางแผนล่วงหน้า 2–3 เดือนก่อนปิดปี เพราะการซื้อกองทุน/ประกันต้องทำทันในปีภาษีนั้น
- ระวัง "ซื้อเกินเพื่อลดหย่อน" — ที่อัตรา 15% ทุก 100 บาทที่ซื้อ ประหยัด 15 บาท ต้องเทียบกับสภาพคล่องที่เสียไป
คำถามที่พบบ่อย (FAQ — จากคำค้นจริง)
1. เงินเดือน 60,000 เสียภาษีกี่เปอร์เซ็นต์?
อัตราจริง 4.88% ของรายได้ทั้งปี — แต่ถ้าถามว่าเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นจะโดนกี่เปอร์เซ็นต์ คำตอบคือ 15% (อัตราขั้นสูงสุดของคุณ)
2. เงินเดือน 60,000 บาท เสียภาษีปีละเท่าไหร่?
ประมาณ 35,150 บาทต่อปี หรือ 2,929 บาทต่อเดือน (กรณีลดหย่อนพื้นฐาน — ถ้ามีโบนัส 1 เดือน จะเป็น 44,150 บาท)
3. เงินเดือน 60,000 เสียภาษีต่อเดือนเท่าไหร่?
เฉลี่ย 2,929 บาท/เดือน — แต่นายจ้างจะหักจากเงินเดือนทุกเดือนตามการประมาณการครั้งปี แล้วมาตกลงตอนยื่นแบบอีกครั้ง
ลองคำนวณของตัวเอง
ใส่เงินเดือน โบนัส และลดหย่อนจริงของคุณใน คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ดูทั้งภาษีต่อปี ต่อเดือน และอัตราจริงของคุณ — ใช้ฟรี คำนวณในเครื่องคุณ ไม่เก็บข้อมูล ไม่ต้องสมัคร
คำนวณในเครื่องคุณ ไม่เก็บข้อมูล ไม่ต้องสมัคร
รู้ตัวเลขของตัวเองก่อนตัดสินใจ — ใช้ฟรีทุกเครื่องมือ
ตัวเลขทั้งหมดเป็นการประมาณการเพื่อช่วยวางแผนเท่านั้น ในบางกรณีภาษีจริงของคุณอาจต่างจากที่คำนวณได้ เพราะยังมีค่าลดหย่อนและเงื่อนไขเฉพาะบุคคลที่เว็บนี้ไม่รู้จัก ก่อนยื่นแบบแสดงรายการหรือตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ลดหย่อน ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดที่เว็บไซต์กรมสรรพากร (rd.go.th) หรือปรึกษาผู้ทำบัญชี/นักวางแผนภาษี
ปรับปรุงล่าสุด: ตุลาคม 2569 · อ้างอิงหลักเกณฑ์จากกรมสรรพากร (rd.go.th)